File 11
ตอนที่ ๑๑
วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๐
ถอดหน้ากากรัฐบุรุษเปรม
บทความเรื่อง สัตว์เศรษฐกิจสถิตเปรม ผมได้รื้อฟื้นความจำของท่านผู้อ่านในเรื่องที่มาของคำว่า สัตว์เศรษฐกิจ เป็นการเรียกน้ำย่อย โดยไม่สามารถลงลึกในรายละ เอียดได้ เพราะต้องใช้เวลามากในการนำเสนอและคงจะกลายเป็นเรื่องยาว ดังนั้นในฉบับนี้ผมจะขอเติมให้เต็มด้วยการเขียนถึงในบางประเด็นและบางเหตุการณ์ที่ผมเห็นว่า มีส่วนสำคัญในการเชื่อมต่อจากอดีตถึงปัจจุบันว่า ระบบสัตว์เศรษฐกิจยังคงสิงสถิตอยู่ในตัวเปรมอยู่จนแม้กระทั่งทุกวันนี้
การที่นายเอกยุทธ์ อัญชัญบุตรออกมาเปิดประเด็นโจมตีพ.ต.ท.ทักษิณแบบจู่โจมนั้นท่าน
ผู้อ่านต้องทราบด้วยว่า นายเอกยุทธ์ก็เป็นคนหนึ่งที่ร่ำรวยจากการนำเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจาก
ต่างประเทศเข้ามาปล่อยกู้กินกำไรส่วนต่างของดอกเบี้ยเฉกเช่นเดียวกับนายพอล สิทธิอำนวย ก่อนที่จะผันตัวเองมาเป็นเจ้าพ่อแชร์ชาร์เตอร์ตามกระแสในเวลานั้น เพราะมีกลุ่มคนหากินกับเงินนอกระบบและร่ำรวยอย่างชนิดเห็นทันตา แล้วกลุ่มคนที่เข้าร่วมขบวนการแชร์ในเวลานั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นคนในกองทัพนี่แหละที่ถือได้ว่า
เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพอากาศที่เป็นลูกค้าแชร์ชั้นดีของแม่ชม้อย
ขบวนการหากินกับเงินนอกระบบซึ่งส่วนหนึ่งอันเป็นที่มาของคำว่าสัตว์เศรษฐกิจนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขของสาเหตุแห่งการยึดอำนาจตามคำกล่าวอ้างของกลุ่มผู้ก่อการที่นำ
โดยพ.อ.มนูญ รูปขจรและน.ท.มนัส รูปขจร ในกรณีกบฏ ๙ กันยายน ๒๕๒๘ ซึ่งเป็นเรื่องคลุมเคลือและไม่เป็นที่กระจ่างจนกระทั่งทุกวันนี้ เพราะแม้แต่หนังสือ วีรบุรุษสะพานมัฆวานฯ ของพล.อ.อาทิตย์ กำลังเอกก็มีเขียนบันทึกเรื่องนี้ไปในทางหนึ่ง
ส่วนหนังสือ รัฐบุรุษชื่อเปรม มีรายละเอียดไปทางหนึ่ง แต่บันทึกของอาคม ซิดนี่ย์เป็นไปอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งจะขอนำเสนอดังต่อไปนี้
ความจริงสัตว์เศรษฐกิจนั้นมีต้นกำเนิดมาจากนายบุญชู โรจน์เสถียรแต่เนื่องจากท่านผู้นี้
เพิ่งได้อำลาจากโลกนี้ไปแล้ว ผมจึงขออนุญาติงดเว้นที่จะกล่าวถึงเพราะจะเป็นการซ้ำ เติมที่ไม่ยุติธรรมนัก อันอาจทำให้เพิ่มความโศกเศร้าแก่ครอบครัวซึ่งมิได้มีส่วนรู้เห็น
ธุรกิจการเงินนอกระบบในยุคเปรมเรืองอำนาจ นอกจากการกักตุนสิ้นค้าเพื่อเก็งกำไรและแชร์ลูกโซ่แล้ว ยังเกิดมีปรากฏการณ์ของบ่อนการพนันที่เปิดกันแพร่หลายไม่เพียง
แต่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลเท่านั้น หากตามจังหวัดต่างๆก็มีความคึกคักไม่น้อยหน้า
ไปกว่ากัน และที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เด็ดขาดนั่นก็คือกิจการหวยปิงปอง ซึ่งสาหัสกว่าหวยใต้ดินเป็นสิบเท่า เนื่องจากไม่ต้องรอผลการออกรางวัลของกองสลากกินแบ่ง เพราะมีการออกหวยกันทุกสองชั่วโมง ด้วยการนำลูกปิงปองสิบลูกเขียนติดหมายเลข ๐-๙ แล้วใส่ภาชนะเจาะรูตรงกลางพอที่จะให้มือเข้าไปล้วงหยิบออกมาเป็นเลขรางวัล
ธุรกิจการพนันนี้ได้สร้างความร่ำรวยให้กับบรรดาตำรวจและมือปืนรับจ้างทวงหนี้กันอย่างทั่วหน้า ในส่วนของเจ้าพ่อนั้นไม่ต้องพูดถึงย่อมต้องมีผลประโยชน์มากเป็นเท่าทวีคูณ ด้วยการเก็บค่าคุ้มครองและมีการแย่งชิงความเป็นใหญ่ในหมู่เจ้าพ่อด้วยกัน ตำนาน เสี่ยปุ้ยแห่งไนท์พลาซ่าจังหวัดเชียงใหม่ และเสี่ยเต็งโก้แห่งขอนแก่นก็ต้องจบชีวิตลง ด้วยเรื่องบ่อนและการค้ายาเสพติดให้กับเจ้าพ่อเมืองกรุงนามเฮียเหลาหรือนายแคล้ว ธนิกุล แล้วเจ้าพ่อเมืองกรุงก็มีอันต้องสังเวยชีวิตเรียบร้อยโรงเรียนรสช. จากนั้น ตำนานทหารมาเฟียก็เข้ามาแทนที่ ทั้งหมดทั้งปวงก็เป็นผลพวงอันเกิดจากการบริหารของเปรมคนดีศรีสังคมนี่แหละ
ในปีพ.ศ.๒๕๒๖ ธุรกิจการเงินนอกระบบเริ่มออกอาการ เพราะถึงจุดอิ่มตัวและผู้คนเริ่ม
มีความสงสัยในเรื่องที่มาของเงินผลตอบแทนที่สูงถึง ๑๐ % ต่อเดือน จวบกับลูกแชร์ที่ลงทุนเล่นมาในช่วงต้นๆเริ่มมีการถอนทุนคืน เมื่อผู้เล่นลดจำนวนน้อยลง ในขณะที่การถอนทุนเพิ่มจำนวนมากขึ้น ไม่นานวงแชร์ก็ล้มลงในที่สุด แชร์ชาร์เตอร์ของนายเอกยุทธ์ อัญชัญบุตร ก็อวสานในเวลาไร่เรี่ยกัน แต่พื้นฐานของนายเอกยุทธ์เคยไปใช้ชีวิตศึกษาร่ำเรียนอยู่ที่เมืองนอก จึงทำให้มีช่องทางหลบหนีได้ไม่ยาก แต่ที่ไม่ชัดเจนและยังเป็นปริศนาคาใจก็คือนางชม้อย ทิพย์โส เจ้ามือแชร์ที่ใหญ่ที่สุดและนางนกแก้ว ทั้งคู่มีที่ไปที่มาอย่างไรยังไม่มีใครสามารถบอกได้แน่นอนว่าคือใครแม้กระทั่งทุกวันนี้
เมื่อวงแชร์ล้มครึนไม่เพียงส่งผลให้ลูกแชร์จำนวนมากไม่ได้เงินคืนซึ่งทำให้รัฐบาลต้องกุมขมับเท่านั้น หากแต่ภาพรวมของเศรษฐกิจในเวลานั้นก็มีผลกระทบรุนแรงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ จวบจนกระทั่งปี ๒๕๒๗ ภาวะเศรษฐกิจก็เข้าสู่ขั้นวิกฤติที่ยากต่อการแก้ไข รัฐบาลเปรมจึงต้องใช้มาตราการแก้ไขด้วยการประกาศลดค่าเงินบาทเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๗โดยนายสมหมาย ฮุนตระกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในเวลานั้น
การประกาศลดค่าเงินบาทส่งผลให้พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ซึ่งเป็นเสาหลักมาโดยตลอดในการค้ำบัลลังก์เปรมเกิดความไม่พอใจ และทำการเคลื่อนไหวในกลุ่มนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ด้วยการทำหนังสือในนามของกองทัพและมีผู้บัญชาการทั้งสามเหล่าทัพร่วมลงนามยื่นคำขาดให้เปรมปรับครม. พร้อมกับออกโทรทัศน์ในอาทิตย์ต่อมาซึ่งเป็นคืนวันลอยกระทงโจมตีรัฐบาลเปรมแบบหมูไม่กลัวน้ำร้อน พร้อมกับมีกระแสข่าวความไม่พอใจของบรรดาขุนทหารที่มีต่อเปรมจนถึงขั้นเตรียมการยึดอำนาจ ท่านผู้อ่านต้องไม่ลืมนะครับว่าในเวลานั้นนับได้ว่าพล.อ.อาทิตย์ เป็นนายทหารที่ทรงอิทธิพลสูงสุดในกอง ทัพที่อยู่บนตำแหน่งทั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการทหารบก แล้วบารมีขณะนั้นก็ขึ้นชั้นวัดรอยเท้าเปรมได้
ในขณะที่บารมีอาทิตย์กำลังเจิดจ้าในส่วนของเปรมก็เริ่มอ่อนแรง ท่านผู้อ่านต้องรู้ด้วย
ว่าการต่ออายุราชการของพล.อ.อาทิตย์ นั้นเกิดขึ้นจากการเสนอของพล.ท.เชาวลิตและพล.ท.พิจิตร จึงทำให้เปรมไม่แน่ใจในการเลือกฝ่าย แม้ทั้งสองจะเติบใหญ่ขึ้นมาจากสูตรยาและอาหารเสริมของเปรมก็ตาม อีกทั้งขณะนั้นยศและตำแหน่งตลอดจนบารมีทั้งคู่ยังห่างไกลเกินกว่าที่จะขึ้นมาแทนที่พล.อ.อาทิตย์ได้ จึงทำให้เปรมไม่สามารถที่จะทำอะไรได้นอกจากเก็บอาการเพื่อรอคอยโอกาสและพยายามประคับประคองรัฐนาวาด้วยความระมัดระวัง อยู่ในสภาพทำได้แค่คอยคุมเชิง
ขอย้อนกลับมากล่าวถึงนายเอกยุทธ์ ภายหลังจากที่หลบหนีการจับกุมก็มีข่าวว่าไปหลบ
ซ่อนตัวอยู่ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ก่อนที่จะเข้าไปปักหลักอยู่ที่ประเทศเยอร์มัน และที่เยอร์มันนี่แหละที่ทำให้นายเอกยุทธ์มีโอกาสโคจรมาพบพ.อ.มณูญ รูปขจร นอนกอดถุง
เงินไม่ยอมกลับประเทศไทยทั้งๆที่ กบฏเมษาฮาวาย ๒๕๒๔ นั้นเปรมได้ออกกฏหมายนิรโทษกรรมให้ทุกคนภายหลังเหตุการณ์สงบ ทั้งนี้ก็สืบเนื่องจากเงินก้อน ดังกล่าวพ.อ.มณูญยังไม่สามารถหาเหตุผลมาเคลียร์กับเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ร่วมเป็นร่วมตายได้โดยเฉพาะกลุ่มยังเติร์ก
พ.อ.มณูญได้รับสัญญาณติดต่อจากเฒ่าหัวเกรียนจำลอง ศรีเมืองว่ามีงานสำคัญซึ่งเป็นความลับที่สุด ความลับที่สุดมาปรากฏผลเป็นรูปธรรมเมื่อเช้ามืดวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๒๕ โดยเริ่มจากนายยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาวนำชาวคณะไปสวนอัมพร เพื่อเปิดการแสดงโดยมีการถ่ายทอดสดผ่านทางทีวีช่อง ๕ ช่อง๗ และช่อง ๙ เพื่อดึง
ประชาชนมาร่วมสนับสนุนในการยึดอำนาจ ในขณะที่สองพี่น้องตระกูลรูปขจรแยกย้ายคุมกำลังเข้ายึดสถานที่สำคัญกองบัญชาการทหารสูงสุด กรมประชาสัมพันธ์ และองค์ การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย พร้อมกับประกาศผลสำเร็จและออกแถลงการณ์คณะปฏิวัติด้วยการระบุพล.อ.เสริม ณ นครเป็นหัวหน้าคณะ โดยมีนายเอกยุทธ์รวมอยู่ ในกลุ่มผู้ก่อการที่บก.คณะปฏิวัติ
การก่อการครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่พล.อ.อาทิตย์เดินทางไปยุโรปเพื่อดูงานด้านการโทรศัพท์ ซึ่งก็บังเอิญเหลือเกินที่เปรมก็กำลังจะไปขึ้นเครื่องเพื่อเยือนประเทศอินโด
นิเซีย แต่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงหมายกำหนดการ เพียงแต่ได้มอบหมายให้พล.ท.เชาวลิต รองเสธ.ทหารบกช่วยประสานงานเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ก่อนขึ้นเครื่อง ที่น่าสนใจ
ที่สุดนั่นก็คือหลังเหตุการณ์สงบพล.ท.เชาวลิตและพล.ท.พิจิตรเดินทางไปส่งพ.อ.มนูญ
และพรรคพวกถึงสนามบินดอนเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพล.ท.พิจิตรร่วมเดินทางไปถึง
สนามบินสิงคโปร์
แม้การก่อการยึดอำนาจไม่ประสพผลสำเร็จ (ต้องไม่สำเร็จอยู่แล้วเพราะเป็นกบฏปาหี่)
แต่ก็มีประเด็นที่น่าสนใจและตื่นเต้นไม่น้อยก็ตรงที่มีการเคลื่อนรถถังระดมยิงเข้าไปในอาคารของสถานีวิทยุกระจายเสียงกองพลที่หนึ่งรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นเขตรับผิดชอบของพล.ต.อิสระพงศ์ หนุนภักดี (จปร ๕คู่รักคู่แค้นจปร๗) และการระดมยิงเข้าไปกรมประมวลข่าวกลางในวังปารุสก์ฯ ส่งผลให้นายนีล เดวิสนักข่าวต่างชาติชาวออสเตรเลี่ยน
และนายบิล แรตชผู้สื่อข่าวชาวอเมริกันเสียชีวิต
ที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่แพ้กันนั่นก็คือการก่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ได้ปรากฏมีรายชื่อบุคคลสำคัญที่เป็นอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมด้วยถึงสี่คนด้วยกันอันประกอบด้วย พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.เสริม ณ นคร
อดีตรองนายกรัฐมนตรี(หัวหน้าคณะปฏิวัติ) พล.อ.ยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยาอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและพล.อ.กระแส อินทรัตน์อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด แม้ในเวลาต่อมานายพลทั้งสี่จะรวมตัวเป็นคณะสี่เต่าทอง (The Beatles)
ร่วมกันประสานเสียง พวกเราไม่รู้เรื่อง แต่ก็ยังอยู่ในความสงสัยของผู้คน สงสัยว่าเข้าไปเกี่ยวข้องได้อย่างไร แล้วทำไมเปรมจึงได้รีบออกกฏหมายนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มกบฏทุกคนรวมทั้งพ.อ.มนูญและนายเอกยุทธโดยเฉพาะอย่างยิ่งน.ท.มนัส รูปขจรยังสามารถกลับเข้ารับราชการจนครองยศถึงพลอากาศเอก ที่ถูกพล.อ.สนธิ บุญรัตน์กลิน
เชิญตัวมาจากลำปางเพื่อช่วยดูแลกรมอากาศโยธินไม่ให้ต่อต้านในการทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙
ภายหลังเหตุการณ์กบฏ ๙ กันยายน ๒๕๒๘ ผ่านพ้นไปนายทหารสร้างที่เปรมเร่งให้ยาและอาหารเสริมได้รับการปูนบำเหน็จทั่วหน้า พล.ท.เชาวลิตได้เลื่อนขึ้นครองยศพลเอก
ในตำแหน่งเสธ.ทบ. พล.ท.พิจิตรขึ้นครองยศพลเอกในตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.ท.
สุจินดาเลื่อนจากผู้ช่วยเสธ.เป็นรองเสธ.ฝ่ายยุทธการทบ. เมื่อการจัดทัพลงตัวเป็นที่เรียบ ร้อย ภาพในกองทัพก็เริ่มชัดเจนเพราะอย่างน้อยที่สุดเด็กสร้างของเปรมก็เกาะกลุ่มติดอยู่ในห้าเสือของกองทัพถึงสองคน พล.อ.เชาวลิตและพล.ท.สุจินดา ต่างแสดงว่าอยู่ข้างเปรมอย่างเหนียวแน่น นี่ยังไม่รวมถึงเพื่อนร่วมรุ่นจปร ๑ ที่คุมกำลังหลักอย่างพล.ท.สุนทร คงสมพงษ์ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษเพื่อนซี้และพล.ท.วันชัย เรืองตระกูลแม่ทัพภาคที่ ๔ นอกจากนี้ยังมีนายทหารเพื่อนร่วมรุ่นที่คุมกำลังและกำลังโด่งดังอยู่ในเวลานั้นของนายพลทั้งสองอีกจำนวนมาก
แม้กระนั้นก็ตามเปรมก็ยังไม่วางใจถึงร้อยเปอร์เซ็น จึงมีปฏิบัติการลับชนิดสุดยอดด้วยการมอบหมายให้พล.อ.เชาวลิตใช้อิทธิพลทางทหารเข้ายึดพรรคกิจสังคมโดยให้พล.อ.อ.
สิทธิ เศวตศิลาขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ส่งผลให้นายบุญเท่ง ทองสวัสดิ์แกนนำสำคัญของพรรคกิจสังคมร่วมมือกับพรรคฝ่ายค้านล้มพ.ร.บ.ขนส่งทางบกทำให้รัฐบาลต้องพ่ายแพ้ ส่งผลให้เปรมต้องยุบสภา และให้มีการเลือกตั้งใหม่ นายบุญเท่งได้กวาดต้อนสส.ตบเท้าออกจากพรรค และได้ก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ชื่อพรรคสหประชาธิปไตยโดยมีข่าวว่าพล.อ.อาทิตย์อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเวลานั้นเปรมก็มีความพร้อมจึงไม่รีรอที่จะปลดฟ้าผ่าพล.อ.อาทิตย์ออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๒๙ แล้วให้พล.อ.เชาวลิตขึ้นนั่งแทน ส่งผลให้พรรคสหประชาธิปไตยมีอันต้องเฉาตายในทันที
ตอนนี้ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงได้เห็นภาพชัดเจนแล้วว่ากบฏ ๙ กันยายน ๒๕๒๘ ที่ผมเรียกว่ากบฏปาหี่ที่คลุมเคลือนั้นไม่มีอะไรซับซ้อนเกินกว่าที่พวกเราจะเข้าใจได้ การที่เปรมไม่กล้าปลดพล.อ.อาทิตย์ในทันทีที่ออกมาโจมตีในกรณีลดค่าเงินบาทเมื่อปลายปี๒๕๒๗ นั้นก็สืบเนื่องจากไม่แน่ใจในการเลือกฝ่ายของบรรดาขุนทหารนั่นประการหนึ่ง
อีกประการหนึ่งก็คือเด็กสร้างของเปรมในเวลานั้นยังโตไม่ทัน แล้วก็ไม่ต้องแปลกใจแล้วนะครับว่าเหตุใดเปรมจึงด่วนออกกฏหมายนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มผู้ก่อการทุกคน
เพราะการก่อการในครั้งนี้เปรมใช้ให้ทำเพื่อหยั่งกำลังพล.อ.อาทิตย์ แล้วก็ไม่ต้องสงสัยแล้วนะครับว่าเหตุใดการยึดอำนาจในการครั้งนี้จึงไม่มีเพื่อนร่วมรุ่นจปร๗ของพ.อ.มนูญเข้าร่วมแม้แต่คนเดียว และดูเหมือนคนที่โชคร้ายที่สุดก็คงเป็นนายเอกยุทธ อัญชัญบุตรกระเป๋าเงินที่สนับสนุนการก่อการ เพราะถูกหลอกด้วยเชื่อว่าหากการยึดอำนาจเป็นผลสำเร็จจะได้อาศัยอิทธิพลแห่งอำนาจล้มคดีให้ได้ แล้วก็คงหายสงสัยนะครับว่าเหตุใดแอ๊ดคาราบาวจึงมีส่วนร่วมเอี่ยวกับการต่อต้านคุณทักษิณ ในกรณีต่อต้านโจมตีคุณหญิงสุดารัตน์ เรื่องวัคซีนไข้หวัดนก
ดังนั้นถ้าหากจะทำความเข้าใจกับคนชื่อเปรม ท่านผู้อ่านต้องรู้นะครับว่าคนอย่างเปรมมีความอดทนเป็นอย่างยิ่งกับการรอคอย เปรมนั้นรอได้เสมอ อันเช่นเดียวกับการรอคอยล้างแค้นเอาคืนพ.ต.ท.ทักษิณในกรณีที่ปลดพล.อ.สุรยุทธ การที่เปรมสามารถกำจัดผู้ทรงอิทธิพลได้ในแต่ละครั้ง ทำให้กลุ่มทุนที่เคยให้การสนับสนุนไหลเข้ามารวมศูนย์
อยู่ที่เปรมแต่เพียงผู้เดียวแบบชนิดกินรวบ ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมนักธุรกิจใหญ่และลูกค้าชั้นดีอันดับต้นๆของธนาคารกรุงเทพจึงห้อมล้อมอยู่รอบกายเปรม แล้วก็อย่าได้แปลกใจว่าทำไมเปรมจึงมีชื่อเป็นที่ปรึกษาอยู่ตามบริษัทต่างๆมากมายจนนับไม่ถ้วน แล้วก็เงินเดือนที่ปรึกษาจากที่ต่างๆรวมกันในแต่ละเดือนซึ่งเป็นเงินมหาศาล นานนับสิบปี เงินก้อนนี้จะเรียกได้ไหมว่าผลประโยชน์ทับซ้อน นี่ยังไม่นับรวมเงินบริจาคเข้ามูลนิธิรัฐบุรุษที่ก่อตั้งขึ้นมารองรับให้เป็นเงินคอรัปชั่นที่ถูกกฏหมาย (ฟอกเงิน) อีกต่างหาก แล้วเงินได้เหล่านี้เปรมได้ชำระภาษีอย่างถูกต้องกระนั้นหรือ
เงินที่เปรมได้รับในแต่ละเดือนไม่ต่างไปจากการเรียกค่าคุ้มครอง เพราะในแต่ละบริษัทที่มีชื่อเปรมเป็นที่ปรึกษาย่อมได้รับการยกเว้นในเรื่องของการตรวจสอบภาษีไม่มากก็น้อย ด้วยบารมีของเปรมจึงมีขีดความสามารถที่ขจัดปัดเป่าสารพัดปัญหาจากใหญ่ให้เล็กลงได้ทันตา กลับบ้านเถอะลูก ก็เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ที่เปรมใช้อยู่เป็นประจำแม้ทุกวันนี้ ด้วยคาถาบทนี้ต่อให้อธิบดีกรมสรรพกรมาตรวจสอบด้วยตนเองก็ต้องเดินตัวรีบกลับไป พฤติกรรมของเปรมที่ผมนำเสนอในอีกด้านที่กล่าวมาข้างต้นนั้นมีความแตกต่างกันกับภาพที่เราท่านได้เห็นกันอยู่เป็นประจำนั้น ก็สืบเนื่องจากหน้ากากรัฐบุรุษที่สวมใส่อยู่ ดังนั้นการที่เปรมออกมาเรียกร้องคุณธรรมและจริยธรรม จึงเป็นเรื่องโกหกเพราะมันแตกต่างกับตัวตนที่แท้จริงของเปรมราวขาวกับดำ
การเป็นที่ปรึกษาในธุรกิจต่างๆเหล่านี้อันเปรียบเสมือนหนึ่งเปรมเป็นตัวแทนของกลุ่ม
ทุนผูกขาดนั่นเอง ดังนั้นเปรมจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องออกมาปกป้องนโยบายพัฒนาเศษรฐกิจให้ทันสมัยของรัฐบาลทักษิณ เนื่องจากนโยบายดังกล่าวส่งเสริมให้มีการแข่งขันทางการค้าเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้บริโภคตามเงื่อนไขขององค์การค้าโลก(wto)ที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง แต่นโยบายนี้ทำให้กลุ่มทุนผูกขาดเสียผลประโยชน์ เพราะไม่สามารถกำหนดราคาได้ตามใจชอบอีกต่อไป จึงอย่าได้แปลกใจว่าทำไมเปรมถึงต้องออกมาเอาเป็นเอาตายกับคุณทักษิณ โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศชาติ
เปรมสร้างฐานะจากเงินนอกระบบจนร่ำรวยพอที่จะเลี้ยงดูบรรดาทหารโจรเพื่อมาค้ำบัลลังก์แห่งอำนาจ และสามารถทำการล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอันเป็นระบอบประชาธิปไตยได้สำเร็จด้วยวิธีการอันสกปรก สามารถยืนยันในตัวตนที่แท้จริงของเปรมได้เป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงได้ประจักษ์ด้วยตัวเอง เพราะตลอดกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา เปรมให้การสนับสนุนกับทุกกลุ่มคนไม่เลือกหน้าขอเพียงมีเป้าหมายร่วมกันในการ
โค่นล้มทักษิณ โดยไม่คำนึงถึงเหตุผลและความถูกต้อง ไม่สนใจแม้สถานะของตัวเองและข้อจำกัดตามกฏหมายว่ามีข้อห้ามอย่างไรในตำแหน่งองคมนตรี บนตำแหน่งประธานองคมนตรี เปรมกลับใช้บารมีในการแทรกแซงเข้าไปในทุกองค์กรอย่างเปิดเผย แม้แต่องค์กรตุลาการก็ไม่เว้น
การประกาศว่า ผมพอแล้ว ขอให้พวกคุณทำกันต่อไป และผมอยากเห็นประชาธิปไตยเดินหน้า เมื่อครั้งพล.อ.ชาติชายเดินทางไปเชิญเปรมกลับไปเป็นนายกฯ ก็เป็นโกหกคำโตของเปรมอีก ทั้งนี้เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นพรรคค้ำยันเปรมที่ซื่อสัตย์นั้น ในปีพ.ศ. ๒๕๓๑ เกิดปัญหาแตกแยกอันสืบเนื่องจากการเลือกหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ซึ่งมีนายชวน หลีกภัยกับนายประจวบ ไชยสาส์นคู่ชิงบนตำแหน่งหัวหน้าพรรคและนายวีระ มุกสิกพงศ์ กับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ในตำแหน่งเลขาธิการพรรค ผลปรากฏคู่ของนายวีระและนายประจวบแพ้ ทำให้นายวีระและสส.กว่าสามสิบคนที่รู้จักกันในนาม กลุ่ม๑๐มกราถอนสมอออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ส่งผลให้พรรคประ ชาธิปัตย์แพ้ในการเลือกตั้งให้กับพรรคชาติไทย เปรมจึงไม่มั่นใจในฐานสนับสนุน จวบกับกระแสเรียกร้องไม่เอาเปรมจากกลุ่มนักวิชาการ๙๙นำโดย ดร.ชัยอนันท์ สมุทรวานิช
การดันทุรังออกมารับประกันความเป็นคนดีของพล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ทั้งๆทีรู้อยู่แก่ใจว่ามันไปไม่รอด โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศชาติ และไม่สนใจในความ รู้สึกของประชาชน ด้วยมุ่งจะเอาชนะในการทำลายล้างพ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวให้สมอารมณ์แค้น เปรมทำทุกอย่างเพื่อสนองความต้องการของตัวเองโดยปราศจากความรับผิดชอบ นี่มันเป็นพฤติกรรมที่ทำลายชาติชัดๆ รัฐบุรุษเป็นเพียงหน้ากาก หากถอดออกมาเมื่อไหร่ก็จะกลายเป็นเฒ่าเจ้าเล่ห์ที่สมควรถูกโค่นล้มให้สิ้นซาก ถึงเวลาแล้วหรือยังพี่น้องร่วมชาติที่รักทุกคน
Back to Table of Contents
|