Additional Article 3
อีกหนึ่งแผนชั่วของ คมช.
๑๕ มิ.ย. ๒๕๕๐
พี่น้องชาวไทยที่รักทุกคน
ผมได้รับแจ้งจากผู้หวังดีท่านหนึ่งว่า ให้ข้าราชการทุกคนห้ามกลับเข้าสถานราชการที่สังกัด ภายหลังหมดเวลาทำการในวันนี้ ทั้งนี้ให้ครอบคลุมถึงวันเสาว์และอาทิตย์
(๑๖-๑๗ มิ.ย. ๒๕๕๐)ด้วยคำสั่งเช่นนี้ในสถานการณ์เช่นเวลานี้ จะให้เข้าใจเป็นอื่นไม่ได้เด็ดขาด นอกจากมีแผนการชั่วร้ายจากฝ่ายผู้กุมอำนาจ ที่จะก่อวินาศกรรมเพื่อโยนความผิดให้กลุ่มผู้ชุมนุมต่อ ต้านเผด็จการ ดังเช่นกรณีเผาสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้งในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๓๕
ขอให้พี่น้องประชาชนที่รักความเป็นธรรมและสมาชิก “พลังปัญญาชนคนต่างแดน” ทุกท่าน ได้โปรดรับทราบและช่วยกันเฝ้าจับตาดูพฤติกรรมอันชั่วร้ายอำมหิต ผิดมนุษย์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มบุคคลที่ใกล้ชิดนายทหารชั่วนามพัลลภ ปิ่นมณี อดีตผู้นำหน่วยล่าสังหารที่ปวารนารับใช้นายทหารโจรอย่างสนธิบัง เพื่อแลกเปลี่ยนกับความผิดในคดี ลอบสังหารพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกจ่ายักษ์นำมาเปิดโปงจนเป็นที่มาของการทำรัฐประหารเพื่อตัดตอนไม่ให้ถึงเฒ่าหัวหงอกจอมบงการที่ชื่อเปรม
เปรมเป็นทหารมาชั่วชีวิตจนสามารถขึ้นเป็นผู้นำกองทัพได้ นั่นไม่ใช่เกิดจากความ สามารถ ดังนั้นไม่นานกองทัพจึงอ่อนแอ อ่อนแอขนาดไม่อาจที่จะต้านทานกำลังทหารประเทศลาวได้ และแม้กระทั่งโจรใต้ก็หมดน้ำยาจนถึงขั้นต้องปูผ้าขาวกราบขอโทษ
เปรมไม่เพียงแต่ไม่มีความสามารถด้านการทหารอย่างที่ทุกคนเข้าใจเท่านั้น กฏระเบียบ
ของทหารเปรมก็ยังไม่เข้าใจ จึงอย่าได้แปลกใจว่าทำไมเปรมจึงปลุกระดมกองทัพให้
ทหารทุกเหล่าอย่าเชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาในกรณีรัฐบาลเป็นแค่จ็อกกี้ นี่ย่อมแสดงให้เห็นถึงความไม่เข้าใจ เพราะบนความเป็นจริงทหารจะยึดถือคำสั่งอย่างเคร่งครัด
ที่ร้ายยิ่งไปกว่าานั้นเปรมยังรณรงค์และปลูกฝังให้ทหารทุกคนเป็นทหารของพระราชา
อันเป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเปรมไม่เข้าใจระบบการทหารที่มีเส้นแบ่งอย่างชัดเจน
ว่าทหารมีหน้าที่รับใช้ชาติและประชาชนที่มีผู้บัญชาการแต่ละเหล่าทัพดูแลรับผิดชอบ ส่วนทหารราชองครักษ์มีหน้าที่รับใช้องค์พระมหากษัตริย์ ที่มีสมุหราชองครักษ์ (ราช
องครักษ์ แปลว่านายทหารหรือนายตำรวจรักษา องค์พระมหากษัตริย์, สมุหราชองครักษ์
คือหัวหน้าราชองครักษ์ )
เพราะความที่เปรมไม่รู้จักหน้าที่และไม่รู้จักกฏระเบียบ ในชีวิตรู้เพียงอย่างเดียวว่าตัวกู
คือความถูกต้อง ตัวกูจะผิดไม่ได้และแพ้ไม่เป็นนี่เอง ไม่เพียงแต่ทำให้สังคมไทยเกิดความแตกแยกไปสู่ในทุกวงการและทุกภาคส่วน โดยมีแนวโน้มแห่งความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จากการปรับแนวทางในการแก้ปัญหาของรัฐบาล
มีการเพิ่มมาตราการที่ส่อไปในทางรุนแรงและสกปรกยิ่งขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นแผนสัง
หาร หรือก่อวินาศกรรม
การใช้อำนาจแฝงโจมตีรัฐบาลพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร มาอย่างต่อเนื่องยาวนานแต่ไม่สามารถที่จะล้มรัฐบาลได้ จนสุดท้ายลอบกัดด้วยวิธีการอันสกปรกทำการยึดอำนาจลับ
หลังได้สำเร็จ กลายเป็นอำนาจเถื่อน ก็มีการให้ร้ายและรังแกด้วยวิธีการต่างๆ จนประชา ชนไม่อาจทนดูได้อีกต่อไปจึงรวมตัวกันต่อต้าน แต่ก็ได้รับการตอบโต้จากอำนาจเถื่อน
ด้วยการปิดกั้นข่าวสาร ทำให้ประชาชนได้รับข่าวบิดเบือนความจริงไม่เว้นในแต่ละวัน
ตลอดจนใช้หน่วยงานแห่งรัฐทุกองค์กรดำเนินการทุกอย่างโดยปราศจากความเป็นธรรม
ทั้งนี้มีความมุ่งหวังเพียงอย่างเดียวคือชัยชนะในการโค่นล้ม
ผมว่าถึงเวลาแล้วละครับที่ข้าราชการที่มีใจเป็นธรรมและนายทหารหาญทุกคนคงสามารถเห็นและประเมินได้แล้วว่าสาเหตุแห่งปัญหาทั้งหมดทั้งปวงมีที่มาอย่างไร
นายทหารทุกท่านที่เคยกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และมีจิตสำนึกในการรับใช้ชาติคงต้องตัดสินใจแล้วละครับว่า ต้องออกมาร่วมสนับสนุนใน
การต่อสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรมกับประชาชน ขับไล่นายทหารชั่วที่แอบอ้างความ
จงรักภักดีแต่ปาก และโหนกระแสพระราชาตามที่เปรมอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่ออำนาจและผลประโยชน์ โดยหยิบยื่นตำแหน่งและยศเข้าล่อนายทหารมักใหญ่ใฝ่สูงบางคน
Back to Table of Contents
|