The Thai Democratic Rights Body
![]()
วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๒
โดยอาคม ซิดนี่ย์
จงรักภักดี
บทความเรื่องกษัตริย์ซึ่งเป็นบทความล่าสุด ที่ผมเขียนขึ้นและส่งออกเผยแพร่เมื่อ
วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ ทั้งนี้ผมปรารถนาที่จะให้พี่น้องประชาชนได้เรียนรู้และเข้าใจว่าตำแหน่งกษัตริย์นั้นมีที่ไปที่มาอย่างไร
เพื่อที่พี่น้องคนไทยทุกคนจะได้ไม่ต้องตกอยู่ภาย ใต้อิทธิพลของการโฆษณาชวนเชื่อ
ที่ว่ากษัตริย์เป็นพระเจ้าอย่างที่กล่าวอ้างและถูกใช้ครอบงำมาโดยตลอด
ผมเข้าใจว่าบทความของผมจะสามารถจุดประกายให้พี่น้องคนไทยเลิกกลัวและไม่ต้องหวั่นเกรงกับสิ่งที่ขาดหลักของเหตุและผล
เพราะบนความเป็นจริงแล้วมันเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดสำหรับใครก็ตามที่อยู่บนอำนาจมาอย่างยาวนานย่อมต้องกลายเป็นคนที่มีบารมีดังเช่นตำแหน่งกษัตริย์เป็นต้น
แต่การใช้บารมีที่มีอยู่ตามน้ำข่มขู่ทำลายผู้คนตามอำเภอใจ มันเป็นเรื่องที่กระทบจิตใจของคนที่รักความเป็นธรรม
ทุกคนไม่อาจที่จะรับได้ ซึ่งรวมทั้งตัวผมด้วย
แต่ผมก็ยังจำกัดอยู่เพียงแค่กลุ่มบุคคลรับใช้ใกล้ชิดโดยเฉพาะตัวประธานองคมนตรีที่ชื่อเปรม
ผมยกอ้างกฏหมายมาตรา ๑๑๒ มาอธิบายให้เห็นว่าไม่มีผลครอบคลุมไปถึงตำแหน่งประธานองคมนตรี เพราะตำแหน่งนี้เป็นเพียงที่ปรึกษาของกษัตริย์
และเปรมเป็นสามัญชนคนธรรมดา,เปรมไม่ได้เป็นเจ้าหรือเป็นราชวงค์
หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มมีพี่น้องประชาชนออกมาร่วมวิพากษ์วิจารณ์
การวิพากษ์วิจารณ์เปรมได้รับการต่อต้านจากลูกสมุนเปรมอย่างแข็งขัน
ในขณะเดียวกันการวิพากษ์วิจารณ์เปรมก็เริ่มขยายไปสู่วงกว้างมากขึ้น จนเปรมกลายเป็นที่เกลียดชังของผู้คนจำนวนมาก
จากความเกลียดชังก็ได้พัฒนามาเป็นความเครียดแค้น
จึงเริ่มมีการด่าทอและใช้ถ้อยคำรุนแรงขึ้นตามลำดับ
จนกระทั่งกลายมาเป็นการขับไล่และเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งประธานองคมนตรี
ถึงช่วงนี้พวกลูกสมุนที่เรียกตัวเองว่าลูกป๋าลูกหมาทั้งหลายต่างก็เริ่มหดหางถอยห่าง
นับได้ว่าเป็นช่วงที่อัปยศอดสูที่สุดในชีวิตของเปรมจนไม่อาจมองหน้าผู้คนในสังคม
ถึงกับไม่กล้าเปิดบ้านให้มีการอวยพรเนื่องในวันเกิดและในเทศกาลวันปีใหม่ดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา
ผมเข้าใจว่าเปรมคงต้องแทรกแผ่นดินหนีหาย
หรือไม่ก็ต้องฆ่าตัวตายหนีความอัปยศไปแล้ว และผู้ที่ชุบเลี้ยงและสนับสนุนเปรมก็คงต้องได้รับบทเรียนอันเป็นสัจจธรรมที่ว่า
ให้ทุกข์แก่ท่าน
ทุกข์นั้นถึงตัว และคงได้คิดแล้วว่าการดำรงตำแหน่งประมุขอันเป็นตำแหน่งสูงสุดของประเทศนั้น จะคิดชั่วทำชั่ว
ใช้ให้คนที่ตัวเองชุบเลี้ยงเที่ยวกำจัดผู้คนตามอำเภอใจด้วยความริษยา
เป็นเรื่องที่ไม่สมควรและไม่อาจทำได้ ผมเคยเขียนเปิดทางเพื่อให้โอกาสกษัตริย์ภูมิพลในท้ายบทความเรื่อง
กษัตริย์ ว่า สถาบันกษัตริย์อยู่คู่ประเทศไทยมายาวนานนับพันปี
ผมเชื่อเหลือเกินครับว่าบุคคลที่ได้ชื่อว่าคนไทยทุกคนไม่มีใครต้องการโค่นล้มให้สิ้นไปจากแผ่นดินอย่างแน่นอน
เพียงแต่ต้องหาจุดร่วมที่เหมาะสม
และอย่าให้พวกมักง่ายอยากโตทางลัดนำไปใช้ประโยชน์ในการทำลายล้างคนดีคนเก่ง เพียงแค่ต้องการให้พ้นเส้นทางเพื่อพวกมันจะได้ไม่มีคู่แข่ง
ผมมีความจำเป็นที่ต้องออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมร่วมกับพี่น้องคนไทยที่กำลังต่อสู้อยู่ในเวลานี้
และอยากขอร้องพี่น้องที่มีความท้อแท้และเบื่อหน่ายกับการต่อสู้ที่ยืดเยื้อหรือแนวทางการต่อสู้ไม่ตรงกับที่ต้องการของพี่น้องบางคน
ได้โปรดอย่าเพิ่งท้อแท้สิ้นหวัง ขอความกรุณาออกมาร่วมแรงร่วมใจต่อสู้
อย่าให้โจรมันครองเมืองได้เป็นอันขาด เวลานี้แนวร่วมของเรามีอยู่ทั่วทุกภาคส่วน
ใครชอบแนวทางไหนก็ขอให้เข้าร่วมกับกลุ่มที่ท่านชื่นชอบ ประชาธิปไตยต้องเปิดกว้าง
เพียงแต่ต้องมีเป้าหมายเดียวกันและที่สำคัญต้องรู้ให้ตรงกันด้วยว่า ศัตรูของเราคือใคร เข้าทำนอง แม่น้ำร้อยสายไหลมารวมกัน
การข่มเหงรังแก, กลั่นแกล้ง, ใส่ร้ายป้ายสี,
ยัดเยียดความผิด, ตลอดจนการพยายามลอบสังหารพ.ต.ท.ทักษิณ ชิณวัตร
จากลุ่มคนที่รับใช้ใกล้ชิดฯ
ผมมองดูแล้วไม่แตกต่างไปจากผู้มีอิทธิพลและมากด้วยบารมี (จอมปลอม)
เลี้ยงหมาฝูงใหญ่ไว้เห่าหอนและไล่กัดผู้คนตามใจชอบ
โดยมีเปรมเป็นหัวหน้าหมาที่เรียกว่าจ่าฝูงคอยควบคุมดูแลฝูงหมา
เหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้อย่างเด็ดขาด
ถ้าเจ้าของฝูงหมาซึ่งเป็นผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินไม่รู้เห็นเป็นใจและให้การสนับสนุน
จากที่เคยแอบสนับสนุนอย่างลับๆโดยผ่านจ่าฝูง
และการให้โอวาทแก่ฝูงหมาที่พลางตัวอยู่ตามองค์กรต่างๆ
ซึ่งโดยนัยก็คือคำสั่งนั่นเอง
จากนั้นฝูงหมาก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ด้วยการยึดอำนาจล้มล้างระบอบประชาธิป ไตย,
ตัดสินความผิดแบบไม่ต้องอิงหลักกฏหมาย
ทั้งนี้เพื่อต้องการทำลายคุณทักษิณและกลุ่มนักการเมืองน้ำดีให้พ้นเส้นทางการเมือง
โดยมีเป้าหมายคือการยุบพรรคการ เมือง ไทยรักไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศ
วิธีการดังกล่าวนอกจากขัดสายตาของคนที่มีใจรักความเป็นธรรมทุกคนแล้ว ยังเป็นการฝืนความ
รู้สึกของคนไทยทั้งในและนอกประเทศ
ความจริงในอดีตที่ผ่านมาการจะสั่งการหรือออกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย
เขาจะทำกันอย่างลับๆ ไม่ประเจิดประเจ้อและโจ่งแจ้งเช่นในปัจจุบัน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะคุณทักษิณเป็นผู้นำที่มีต้นทุนทางสังคมสูง
อันสืบเนื่องจากมีผลงานมากมายเป็นที่จับต้องได้และโดนใจคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องใช้คนจำนวนมากที่อยู่ภายใต้อิทธิพลตามองค์กรต่างๆให้ออกมาร่วมด้วยช่วยกัน
ด้วยคิดว่าความเป็นผู้มากบารมีของตัวเองจะสามารถทำให้มีแนวร่วมเกลียดชังคุณทักษิณเพิ่มจำนวนมากขึ้น
เพราะการใส่ร้ายป้ายสีและข้อกล่าวหาต่างๆนั้นมีเจตนาผูกโยงให้คุณทักษิณมีความขัดแย้งกับองค์ประมุขในสายตาของคนทั่วไป
ขณะเดียวกันก็สามารถใช้กฏหมายหมิ่นฯทำลายล้างกลุ่มคนที่สนับสนุนคุณทักษิณและกดทับไม่ให้คนทั้งแผ่นดินวิพากษ์วิจารณ์
อันถือได้ว่าเป็นการมัดมือชกสำหรับการต่อสู้
หุ่นกระบอกการเมืองตอนที่ ๓ ผมได้ยกโอวาท ที่มีนัยเป็นคำสั่งนำเสนอไปแล้ว
(กลับ ไปอ่านดูนะครับ) วันนี้ขอยกมาประกอบบทความอีกสักครั้งดังนี้ครับ
พระราชดำรัส พระราชทานแก่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ๒๕ เมษายน
พ.ศ. ๒๕๔๙
การปกครองแบบประชาธิปไตย
ดำเนินการไม่ได้แล้ว ถ้าดำเนินการไม่ได้ ที่ท่านได้ปฏิญาณเมื่อตะกี้นี้ ก็เป็นหมัน
ถึงบอกว่าจะต้องทำทุกอย่าง เพื่อให้การปกครองแบบประชาธิปไตย ต้องดำเนินการไปได้
ท่านก็เลยทำงานไม่ได้ และถ้าท่านทำงานไม่ได้ ก็มีทางหนึ่ง ท่านอาจจะต้องลาออก
เพราะไม่ได้มีการแก้ไขปัญหา
อีกข้อหนึ่ง
การที่จะ ที่บอกว่า มีการยุบสภา และต้อง ต้องเลือกตั้งภายใน ๓๐ วัน ถูกต้องหรือไม่
ไม่พูดเลย ไม่พูดกันเลย ถ้าไม่ถูก ก็จะต้องแก้ไข แต่ก็อาจจะให้การเลือกตั้งนี้
เป็นโมฆะหรือเป็นอะไร ซึ่งท่านจะมี จะมีสิทธิ ที่จะบอกว่า อะไรที่ควร ที่ไม่ควร
กระแสพระราชดำรัสเมื่อวันที่ ๒๗-๕-๒๕๕๐
ข้าพเจ้าเองก็ในใจมีคำตัดสินอยู่
แต่บอกท่านไม่ได้ เพราะไม่มีสิทธิที่จะบอก ท่านเองก็ไม่มีสิทธิ
แต่ท่านต้องมีการตัดสินในใจ ว่าที่ศาลรัฐธรรมนูญเขาจะตัดสินถูกหรือไม่
ตรงนี้อยู่ในใจ แต่เขาจะตัดสินอย่างไรเดือดร้อนทั้งนั้น เสียหายทั้งนั้น
คำตัดสินของเขาเดือดร้อน เสียหายสำหรับท่านเองทั้งนั้น ข้าพเจ้าก็เดือดร้อน
ไม่มีสิทธิที่จะมาบอกว่าเขาทำถูก หรือไม่ถูก แต่รู้ในใจว่าเขาจะตัดสินอย่างไรก็ตาม
รู้ในใจว่าเขาทำถูกหรือผิด ส่วนใหญ่ก็นึกว่าเขาทำผิดแน่
แม้กระนั้นก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ออกมาให้ข้อมูลว่าประมุขที่เป็นเจ้าของหมานั้นไม่รู้เรื่อง
ถึงกับมีการปั่นข่าวไปปรากฏอยู่ตามเว็บต่างๆว่า มีคนเห็นในหลวงแอบร้องไห้เพราะเสียใจที่สังคมเกิดความแตกแยก บ้างก็โยนไปเป็นความผิดของ ซูสีไทเฮา ผู้เมียตามที่เรียกขานกันอยู่ในเวลานั้น
ข้อซุ๊บซิ๊บนินทามาปรากฏเป็นหลักฐานชัดเจนว่าเรื่องที่ผู้คนสงสัยทั้งแผ่นดินในพฤติกรรม
ราชสีห์คบโค (คนที่มียศศักดิ์ลดตัวลงไปคบคนพาล) นั้นเป็นความจริงนั่นก็คือ
สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงทอดผ้าไตร
ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ น้องโบว์-อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ พร้อมทรงโปรดฯ ให้ครอบครัวน้องโบว์เข้าเฝ้าฯอย่างใกล้ชิด ก่อนเสด็จฯกลับ
ทรงมีพระราชปฏิสันถาร กับ สนธิ ลิ้มทองกุล ด้วยสีพระพักตร์ยิ้ม นายจินดา ระดับปัญญาวุฒิ บิดา นางสาวอังคณา
ระดับปัญญาวุฒิ หรือ น้องโบว์ เปิดเผยว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับสั่งและชม ว่า ลูกสาวเป็นเด็กดีช่วยชาติ
ช่วยรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งตนได้กราบทูลฯกลับไปว่า
รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่ทั้งสองพระองค์เสด็จฯ มา นอกจากนี้ท่านยังตรัสอีกว่า "เป็นห่วงพันธมิตรทุกคน
ไว้จะฝากดอกไม้ไปเยี่ยมพันธมิตร"นายจินดา
กล่าวอีกว่า พระองค์ท่านยังทรงรับสั่งว่า ขอให้กำลังใจกับครอบครัวสู้ต่อไป
และพระบาทสม เด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับทราบแล้ว และเงินที่เป็นค่ารักษา
ในหลวงเป็นผู้พระ ราชทานให้ ขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัว (กลับไปอ่านบทความเรื่อง
หุ่นกระบอกการเมืองตอนที่ ๓)
ภายหลังจากพิธีพระราชทานเพลิงศพน้องโบว์ผ่านพ้นไป
ก็มีสารพัดฉายาที่ผู้คนถวายให้ ด้วยความจงรักภักดี จากระหัส ๙๐๒, เจ้หงษ์ หรือ น้านี ที่นายสนธิ
ลิ้มทองกุลเรียกหาด้วยความสนิทสนม มาเป็นชะนี, อีอ้วน,
ปลาวาฬและนางผีเสื้อสมุทรปรากฏตามเว็บต่างๆให้เสื่อมเสียเกียรติยศที่อุตส่าห์สร้างภาพและครอบงำคนทั้งแผ่นดินด้วยความ ยากลำบากมายาวนานมีอันต้องป่นปี้
ไม่เหลือให้ผู้คนได้เคารพและนับถืออีกต่อไป
และแทนที่จะจดจำปฏิกริยาของคนทั้งประเทศว่าพวกเขามีความรู้สึกอย่างไร
แต่กลับย่ามใจที่วันเกิดในปีนี้ตามข่าวแจ้งว่า
เมื่อวันที่
๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายชิงชัย
อุดมเจริญกิจ หรือ ตี๋ ชิงชัย ศิลปินผู้สูญเสียมือขวาจากเหตุการณ์
๗
ตุลาคม ๒๕๕๑ พร้อมภรรยาเข้าเฝ้าฯ เพื่อทูลเกล้าฯ
ถวายพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ที่นายชิงชัยวาดด้วยมือซ้าย
ซึ่งพระองค์ทรงมีพระราชปฏิสันถารว่า เก่งมาก
การที่ราชินีสิริกิติ์อนุญาติให้นายตี๋
ชิงชัยและเมียเข้าเฝ้าฯ
ทั้งๆที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นผู้กุมระเบิดปิงปองเข้าร่วมกับพันธมิตรประชาชนฯที่นำโดยนายสนธิ
ลิ้มทองกุล ไปปิดล้อมตึกรัฐสภาจนมือข้างขวาขาด ผมอยากแจ้งเตือนพี่น้องชาวทุกคนว่าอย่าได้มองข้าม
เป็นอันขาด เพราะนี่เป็นการส่งสัญญาณอย่างมีนัยว่าจะไม่ทอดทิ้งกัน
พฤติกรรมของสถาบันฯที่แสดงชัดเจนว่าเป็นผู้สนับสนุนการป่วนเมือง ไม่ได้มีเป้าหมายหยุดอยู่เพียงแค่ทำลายคุณทักษิณให้พ้นเส้นทางการเมืองเท่านั้น
หากแต่ต้องการถึงขั้นล้มล้างระบอบประชาธิปไตย เพื่อสถาปนาระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
ดังที่ พล.ต.อ.วิสิษฐ เดชกุญ ชร ที่ได้ชื่อว่ามีความจงรักภักดีและเป็นที่ไว้วางใจอย่างที่สุด
กล้าออกมาประกาศว่าเวลานี้ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตย ด้วยเหตุผลที่ว่า ประเทศไทยเป็นราชอา
ณาจักร
ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการให้เป็นที่เข้าใจว่ากษัตริย์มีอำนาจเหนือรัฐและคนทั้งปวงในประเทศ
(ขอให้ท่านผู้อ่านจับตาดูรัฐบาลที่จะผ่านช่องทางพิเศษในอนาคตอันใกล้นี้)
ประเทศไทยต้อง ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เท่านั้น ไม่ใช่ ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข อย่างที่หมารับใช้อย่างนายมีชัย
ฤชุพันธุ์แต่งคำขึ้นมาเพื่อประจบเอาใจและพวกหมารับใช้ทั้งหลายร่วมด้วยช่วยกันสนับสนุนและใช้กฏหมายหมิ่นฯบังคับคนทั้งประเทศให้ต้องยอมรับ(เพราะไม่สามารถวิจารณ์)
กษัตริย์ภูมิพลไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นประมุขของประเทศไทยอย่างเด็ดขาด(เพราะคุณถือสัญชาติอเมริกัน
และรับใช้ประเทศอเมริกามาโดยตลอด) ซึ่งในความเป็นจริงแค่สถาบันครอบครัว
กษัตริย์ภูมิพลก็ถือได้ว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
เพราะไม่สามารถปกครองลูกเมียให้อยู่กับร่องกับรอยได้อย่างครอบครัวชาวบ้านธรรมดาทั่วไปเสียด้วยซ้ำ
กษัตริย์ภูมิพลจึงไม่สามารถเป็นได้แม้กระทั่งหัวหน้าครอบครัวที่ดี
แต่ดันให้พวกหมารับใช้ยัดเยียดให้เป็นพ่อของคนทั้งแผ่นดินที่เรียกว่า พ่อแห่งแผ่นดิน
และ แม่แห่งแผ่นดิน
สำหรับเมียของตัวเอง
ผมเกิดมาก็มีเพียงพ่อเดียวและแม่เดียวที่เลี้ยงกล่อมผมมาจนเติบใหญ่ที่ไม่เคยสร้างความ
เดือดร้อนให้กับผู้ใดทั้งสิ้น
ตั้งแต่ผมจำความได้ผมก็มีเพื่อนบ้านที่วิ่งเล่นและเติบโตมาด้วยกันจนถึงวัยอันควร
พ่อแม่ผมก็ส่งเสริมให้ผมได้เล่าเรียน
ผมก็เลยได้เพื่อนนักเรียนมาเป็นเพื่อนอีกจำนวนหนึ่ง
จนกระทั่งผมจบการศึกษาและสมัครเข้าทำงานผมก็มีเพื่อนร่วมงาน
เพื่อนทั้งสามกลุ่มที่กล่าวมาก็ยังคบค้าสมาคมอยู่แม้จนกระทั่งทุกวันนี้
โดยไม่มีปัญหาข้อขัดแย้ง นี่ย่อมแสดงถึงความเป็นพ่อเป็นแม่ของผมนั้น ท่านเอาใจใส่ในการเลี้ยงดูอบรมบ่มนิสัยให้ผมเป็นคนดีมาตลอดทุกช่วงแห่งชีวิตของผม
พ่อแม่ของผมไม่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปหาเรื่องตักตวง
เอารัดเอาเปรียบเพื่อนร่วมชาติไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
พ่อแม่ของผมจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเวลากับการสร้างภาพเพื่อโฆษณาชวนเชื่อให้กับตัวเอง
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ต้องเสียเวลาไปเลี้ยงดูพวกหมารับใช้ให้ยุ่งยาก
เพราะพ่อแม่ผมไม่มีศัตรู
ท่านทั้งสองจึงมีเวลาเพียงพออย่างเหลือเฟือที่จะมาดูแลลูกๆทุกคนอย่างใกล้ชิดและอบอุ่น
ด้วยเหตุผลดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้
ผมจึงไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะให้ใครก็ตามบังอาจมายัดเยียดความเป็นพ่อเป็นแม่ให้กับผม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมจะไม่มีวันดัดจริตเปล่งคำว่า จงรักภักดี"
กับคนที่ผมไม่เคยชิดใกล้หรือเคยสร้างและมีบุญคุณตกค้างที่ผมจะต้องตอบแทนเป็นอันขาด
ที่ผมพูดอย่างนี้คงจะมีหมารับใช้ออกมาเห่าหอนว่าผมไม่รู้คุณที่ได้อาศัยอยู่ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสัมภาร
ผมก็เลยถือโอกาสอันดีนี้ประเทืองปัญญาให้เสียเลยว่า กษัตริย์ต้องไม่มีบุญคุณกับใครก็ตามที่อยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกัน เพราะบนความเป็นจริง กษัตริย์ต้องเป็นหนี้บุญคุณประชาชน
อันสืบเนื่องจากประชาชนเป็นผู้เลี้ยงดูกษัตริย์และราชวงค์ให้อยู่ดีมีสุขได้
ก็ด้วยเงินภาษีที่มาจากประชาชน
นอกจากนี้แล้วผมยังมีความคิดที่จะเสนอสำหรับผู้ที่เป็นกษัตริย์และราชวงค์ให้ได้สำเหนียกอีกว่า
-
ประเทศไทยต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย
โดยมีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอันเป็นกฏหมายสูงสุด (ไม่มีใครอยู่เหนือกฏหมายได้)
-
กษัตริย์ต้องสำนึกอยู่เสมอว่า
ตัวเองไม่ใช่เทวดาหรือผู้วิเศษที่สามารถเหาะเหินและเดินอากาศได้
กษัตริย์ถือกำเนิดขึ้นได้ก็ด้วยการสืบเผ่าพันธ์ดังเช่นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดา(ความจริงกษัตริย์หืนกว่าคนธรรมดาหลายเท่า)
และมีที่มาจากการแก่งแย่งช่วงชิง ทรยศหักหลัง ฆ่าฟันกันมาทุกยุคสมัย มีลุงฆ่าหลาน พี่ฆ่าน้องและน้องฆ่าพี่
สลับกันอยู่อย่างนี้ตลอดมา ใช่ว่าจะสูงส่งอย่างที่กล่าวอ้าง
-
กษัตริย์ต้อง ไม่ไปเที่ยวพูดบอกใบ้
ที่เรียกซะสุดหรูว่า พระราชทานพระบรมราโชวาท
ให้กับใครหรือองค์กรใดก็ตามให้เป็นที่สับสน จนกลายเป็นประเด็นแห่งความขัดแย้งแตกแยกและเกิดการแบ่งขั้วอย่างที่เห็นและเป็นอยู่ในเวลานี้
-
กษัตริย์ต้องไม่มีอำนาจอย่างเด็ดขาด
ตราบเท่าที่มีรัฐบาลที่มาจากประชาชน
และต้องไม่ตามน้ำใช้สิทธิ์อันจอมปลอมที่พวกหมารับใช้ร่วมด้วยช่วยกันแย่งชิงไปจากรัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตย
และสมประโยชน์กันด้วยการออกกฏหมายนิรโทษกรรม เพื่อให้พวกหมารับใช้พ้นผิดในข้อหากบฏ
ในเวลาเดียวกันพวกหมารับใช้
ก็อาศัยกฏหมายหมิ่นฯกดหัวประชาชนทั้งประเทศเพื่อให้กษัตริย์สามารถอยู่บนตำแหน่งได้อย่างยาวนานชนิดถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน
โดยไม่มีใครกล้าต่อต้านหรือคัดค้าน
-
กษัตริย์ต้องไม่ไปยุ่มย่ามและแทรกแซงในองค์กรต่างๆและหน่วยงานแห่งรัฐ
เพราะหน่วยงานแห่งรัฐทุกแห่งมีรัฐบาลเป็นผู้กำกับดูแล
มีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆที่มีอำนาจรับผิดชอบ
ตามที่ได้รับมอบหมายจากประชาชนผู้ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ
-
กษัตริย์ต้องไม่มีอำนาจลงนามแต่งตั้งข้าราชการทุกกรมกองไม่ว่าตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น
เพราะกษัตริย์ไม่ได้เป็นผู้บริหารราชการแผ่นดิน
จึงไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกใครไปดำรงตำแหน่งใดๆ
อำนาจการแต่งตั้งข้าราชการทุกกรมกองจะต้องเป็นอำนาจของรัฐบาลซึ่งมีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆเป็นผู้พิจารณาเลือกบุคคลที่มีความสามารถและเป็นที่ไว้วางใจมาดำรงตำแหน่ง
ไม่ใช่ธุระของกษัตริย์อย่างเด็ดขาด
-
กษัตริย์ต้องไม่ไปคิดค้นโครงการใดๆมาแข่งกับโครงการของรัฐบาลเพราะโครง
การแห่งรัฐฯทุกโครงการมีที่มาจากนโยบายของพรรคฯที่เคยเสนอต่อประชาชน
จนได้รับความเห็นชอบจากประชาชนและประชาชนมอบความไว้วางใจเลือกเข้ามาบริหารประเทศ
-
โครงการที่กษัตริย์และพวกหมารับใช้คิดค้นขึ้นหลายโครงการเป็นโครงการผีดิบที่ไปเที่ยวสูบเลือดจากคนทั้งแผ่นดิน
เห็นได้จากในแต่ละวันจะมีผู้คนเข้าแถวทูลเกล้าถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย โครงการพระราชดำริหลายโครงการส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยจนกลายเป็นเรื่องเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลและประชาชน
อย่างเช่นโครงการสร้างเขื่อนต่างๆ
ซึ่งทุกครั้งที่เกิดปัญหากษัตริย์ภูมิพลและพวกหมารับใช้ก็ไม่เคยแสดงความรับผิดชอบเลย
-
กษัตริย์ต้องรับผิดชอบพวกหมารับใช้ที่เลี้ยงไว้
จะปล่อยให้ไปเห่าหอนไล่กัดผู้
คนโดยไม่ต้องรับผิดชอบไม่ได้ และจะปฏิเสธไม่รู้เห็นก็ไม่ได้อีกเช่นกัน
เพราะเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าตำแหน่งประธานองคมนตรีนั้นเป็นตำแหน่งที่กษัตริย์เป็นผู้คัดเลือกขึ้นมาด้วยตัวเองตามอัธยาศัย
การปล่อยให้เปรมไปแทรกแซงตามองค์กรต่างๆและสนับสนุนให้มีการล้มล้างรัฐบาลที่มาจากประชาชน
จนประเทศชาติบอบช้ำและสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องทั่วประเทศทุกสาขาอาชีพ
จนมีการรวมตัวขับไล่เปรมหลายครั้งหลายหนในรอบสามปีที่ผ่านมา
กษัตริย์ภูมิพลไม่เพียงแต่จะทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนแล้ว ยังมีการเพิ่มเงินเดือนให้คณะองคมนตรีและเปลี่ยนรถประจำตำแหน่งให้สุดหรูยิ่งขึ้นเป็นการตอบแทน
เสมือนหนึ่งเป็นการตบหน้าคนไทยทั้งแผ่นดิน
-
กษัตริย์และราชวงค์ต้องอยู่ภายใต้กฏหมายและสามารถถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องยกเลิกกฏหมายหมิ่นฯ เพื่อไม่ให้ถูกนำไปทำลายล้างบุคคลที่มีความคิดเห็นต่าง
แล้วที่สำคัญผู้ที่ถูกตัดสินจองจำอันเกิดจากคดีหมิ่นฯต้องได้รับการปล่อยตัวโดยเร็ว
๑. อาคม ซิดนี่ย์ มีสมาชิกอยู่ทั่วไปทั้งในและนอกประเทศ ไม่เคยมีการแต่งตั้งตัวแทน
๒.บทความอาคม ซิดนี่ย์ มีไว้สำหรับเผยแพร่โดยไม่คิดมูลค่า และไม่มีการจัดจำหน่าย
๓. หากมีการแอบอ้างนำชื่ออาคม ซิดนี่ย์ไปทำโฆษณาเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของใครบางคน ขอให้ท่านผู้อ่านอย่าได้หลงเชื่อเป็นอันขาด
๔. อาคม ซิดนี่ย์ ไม่ขอรับบริจาค แต่ขอความร่วมมือมายังพี่น้องทุกคน จงช่วยกันส่งต่อข้อมูลที่ผมนำเสนอให้มากที่สุดเพื่อชัยชนะของพี่น้องชาวไทยทุกคน
๕. ขอให้พี่น้องและเพื่อนร่วมชาติทุกคนอย่าไปยอมรับกฏหมายที่โจรเขียนขึ้นเองโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากประชาชนผู้ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ
และต้องไม่ให้ความสำคัญกับสถาบันอันจอมปลอมที่มีไว้สำหรับฟอกขาวให้กับผู้ทำผิดกฏหมายอย่างเช่นสถาบันพระมหากษัตริย์
(ข้อหาผู้ก่อการร้ายกลายเป็นผู้ก่อการดีได้ ถ้าหากใครยังให้ความสำคัญกับสถาบันแห่งนี้
ถือได้ว่าไม่มีศักดิ์ความเป็นคนหลงเหลืออยู่อีกต่อไป)
โดย อาคม ซิดนี่ย์
arkomsydney@yahoo.com.au
Copyright © 2009 arkomsydney
ติดตามบทความย้อนหลังและรับฟังรายการ ชกหมัดตรงได้ที่ www.arkomsydney.com
อ่านแล้วกรุณาส่งต่อ